“ตื่นตากับ สถาปัตยกรรมอิฐแดงดั้งเดิมแบบไม่ฉาบปูน ที่บอกเล่าเรื่องราวอารยธรรมนับร้อยปี พร้อมศึกษา ตำนานแม่นางลิ้มกอเหนี่ยว ที่ผูกพันกับสถานที่แห่งนี้อย่างแนบแน่น”
มัสยิดกรือเซะ (Krue Se Mosque) หรือที่มีชื่อดั้งเดิมในภาษามลายูว่า “มัสยิดปิตูปินตู” (หมายถึง มัสยิดที่มีช่องประตูมากมาย) เป็นโบราณสถานสำคัญเชิงยุทธศาสตร์และประวัติศาสตร์ของอาณาจักรปัตตานีโบราณ
สถาปัตยกรรมของมัสยิดมีความโดดเด่นแตกต่างจากมัสยิดทั่วไปในภูมิภาค ด้วยการก่ออิฐถือปูนแบบไม่ฉาบปูน เผยให้เห็น เนื้ออิฐสีแดงชัดเจน โครงสร้างประกอบด้วยเสากลมและซุ้มประตูโค้งแหลม อันเป็นอัตลักษณ์ของศิลปะตะวันออกกลาง ผสมผสานอิทธิพล เปอร์เซียและยุโรป สะท้อนยุคสมัยที่ปัตตานีเคยเป็นเมืองท่าสำคัญที่มีการค้าขายกับนานาชาติ
มัสยิดกรือเซะถูกกล่าวขานว่าเป็นมัสยิดที่สร้างไม่แล้วเสร็จ ตามตำนานความเชื่อเกี่ยวกับ “คำสาปของแม่นางลิ้มกอเหนี่ยว” ผู้เป็นน้องสาวของลิ้มโต๊ะเคี่ยม ซึ่งมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างมัสยิดในอดีต อย่างไรก็ตาม ในมุมมองทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี สันนิษฐานว่าสาเหตุที่ก่อสร้างไม่สมบูรณ์อาจเกิดจากภาวะสงครามและการเปลี่ยนแปลงศูนย์กลางการปกครอง ทำให้ส่วนยอดและหลังคาไม่ได้ดำเนินการต่อ
ความไม่สมบูรณ์นี้กลับกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้สถานที่แห่งนี้โดดเด่น และเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธาเดินทางมาเยือน เพื่อสัมผัส ร่องรอยแห่งกาลเวลาที่หยุดนิ่งไว้กลางอิฐแดงโบราณ
ปัจจุบัน มัสยิดกรือเซะ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ โดยกรมศิลปากร และยังคงทำหน้าที่เป็น ศาสนสถานที่มีชีวิต (Living Monument) ชาวมุสลิมในพื้นที่ยังคงใช้ประกอบศาสนกิจตามปกติ บริเวณโดยรอบได้รับการปรับปรุงให้ร่มรื่นและสะอาด เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี
การมาเยือนที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการชมความงดงามของโบราณสถานอิฐแดงเท่านั้น แต่คือการก้าวเข้าสู่พื้นที่แห่งความทรงจำที่หลอมรวม ประวัติศาสตร์ ศาสนา และตำนานพื้นบ้าน เข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบแน่นที่สุดแห่งหนึ่งในปลายด้ามขวานไทย
Comment s’y rendre
- รถยนต์ส่วนตัว: จากตัวเมืองปัตตานี ใช้ทางหลวงหมายเลข 42 (สายนราธิวาส–ปัตตานี) มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกประมาณ 7 กิโลเมตร มัสยิดตั้งอยู่ริมถนนด้านซ้ายมือ มีที่จอดรถสะดวก
- รถสาธารณะ: สามารถใช้บริการรถสองแถวสายปัตตานี–นราธิวาส หรือรถตู้โดยสารจากสถานีขนส่งปัตตานี แจ้งคนขับลงที่มัสยิดกรือเซะได้โดยตรง
Conseils de voyage
- ควรแต่งกายสุภาพ เนื่องจากเป็นโบราณสถานที่ใช้ประกอบศาสนกิจจริง (ชายกางเกงขายาว หญิงกระโปรงหรือกางเกงยาวและเสื้อมีแขน)
- แนะนำช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ แสงแดดจะสะท้อนกับอิฐสีแดงอย่างสวยงาม เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ
- งดส่งเสียงดัง และไม่รบกวนผู้ที่กำลังประกอบพิธีละหมาด
- ไม่ควรพลาดการแวะสักการะ สุสานแม่นางลิ้มกอเหนี่ยว ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ร้อยเมตร เพื่อความครบถ้วนของเรื่องราวทางประวัติศาสตร์
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชม (เปิดให้เข้าศึกษาและสักการะฟรี)
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดทุกวัน เวลา 07:00 – 21:00 น.