“ตื่นตากับ ยอดโดมสีเขียวขนาดใหญ่และหออะซานสูงตระหง่าน ที่สะท้อนเงาบนผิวน้ำด้านหน้าอย่างงดงาม จนได้รับสมญานามว่า ทัชมาฮาลเมืองไทย”
มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี (Pattani Central Mosque) เป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นตามมติของรัฐบาลในปี พ.ศ. 2497 เพื่อให้เป็น ศูนย์กลางในการประกอบศาสนกิจของชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ภาคใต้ และเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมัครสมานสามัคคี การก่อสร้างใช้เวลากว่า 9 ปี ก่อนแล้วเสร็จและประกอบพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2506
สถาปัตยกรรมของมัสยิดได้รับแรงบันดาลใจจาก ทัชมาฮาล ประเทศอินเดีย ผสมผสานกับรูปแบบมัสยิดในแถบตะวันออกกลางและสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ตัวอาคารก่ออิฐถือปูนทรงสี่เหลี่ยมสองชั้น โดดเด่นด้วย โดมขนาดใหญ่ตรงกลางและโดมขนาดเล็กสี่มุม พร้อม หออะซาน (หอคอยประกาศเวลาละหมาด) สองข้าง ที่สูงเด่นมองเห็นได้จากระยะไกล
ความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ของมัสยิดแห่งนี้อยู่ที่ สระน้ำขนาดใหญ่ด้านหน้าอาคาร ซึ่งทำหน้าที่สะท้อนภาพเงาของตัวมัสยิดอย่างวิจิตรตระการตา โดยเฉพาะในช่วงเย็นเมื่อแสงอาทิตย์สาดส่อง จะเกิดทัศนียภาพที่งดงามราวกับภาพสะท้อนของทัชมาฮาล
ภายในโถงละหมาดมีลักษณะโปร่งโล่งกว้างขวาง ปูด้วยพรมชั้นดี ตกแต่งผนังด้วย ลวดลายเรขาคณิตตามแบบศิลปะอิสลาม ที่เน้นความประณีตเรียบง่าย เพดานประดับด้วยโคมไฟระย้าขนาดใหญ่ ให้แสงสว่างนวลตา สร้างบรรยากาศแห่งความสงบและสำรวม พื้นที่โดยรอบยังจัดแต่งเป็นสวนหย่อมร่มรื่น สลับกับทางเดินหินอ่อนที่สะอาดและเป็นระเบียบ
นอกเหนือจากบทบาททางศาสนา มัสยิดกลางปัตตานี ยังเปรียบเสมือน “พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต” ที่สะท้อนเรื่องราวความหลากหลายทางวัฒนธรรมในปลายด้ามขวานไทย เป็นศูนย์รวมของชุมชน ผู้แสวงบุญ และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ
ในวันศุกร์และวันสำคัญทางศาสนาอิสลาม บริเวณมัสยิดจะคึกคักไปด้วยผู้ศรัทธาที่แต่งกายด้วยชุดประจำถิ่นหลากสีสัน สะท้อนวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ การมาเยือนที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการชมสถาปัตยกรรมอันงดงามเท่านั้น แต่ยังเป็นการสัมผัสถึง จิตวิญญาณแห่งความเลื่อมใสและความสงบงามทางวัฒนธรรมของจังหวัดปัตตานี
Comment s’y rendre
- รถยนต์ส่วนตัว: จากตัวเมืองปัตตานี ใช้ถนนยะรังซึ่งเป็นเส้นทางหลักเข้าสู่ตัวเมือง มัสยิดตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ใจกลางเมือง มีพื้นที่จอดรถสะดวก
- รถสาธารณะ: สามารถใช้บริการรถตุ๊กตุ๊กหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากสถานีขนส่งปัตตานี หรือจากจุดจอดรถตู้สายต่าง ๆ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5–10 นาที
Conseils de voyage
- เนื่องจากเป็นศาสนสถานสำคัญ ควรแต่งกายสุภาพ ผู้ชายสวมกางเกงขายาว ผู้หญิงควรสวมกระโปรงหรือกางเกงขายาวไม่รัดรูป และเสื้อแขนยาว (มีชุดคลุมบริการบริเวณจุดต้อนรับ)
- แนะนำช่วงเวลา 16:30 – 18:00 น. แสงจะสวยเหมาะสำหรับการถ่ายภาพ และอากาศไม่ร้อนจนเกินไป
- งดส่งเสียงดัง และหลีกเลี่ยงการเข้าชมภายในโถงละหมาดในช่วงเวลาประกอบพิธี (สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ได้)
- สามารถเดินทางต่อไปยัง ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว และ ตลาดโต้รุ่งปัตตานี ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากกัน
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชม
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดให้เข้าชมบริเวณภายนอกทุกวัน เวลา 05:00 – 21:00 น. (ภายในโถงละหมาดอาจปิดเป็นช่วงเวลาตามกำหนดการละหมาด)